[แนะนำ] วิธีการแก้ปัญหาคอมพิวเตอร์ติดไวรัส!!!

[แนะนำ] วิธีการแก้ปัญหาคอมพิวเตอร์ติดไวรัส!!!

 
ปัญหาการติดไวรัสในปัจจุบันอาจจะไม่ได้ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าตกใจเหมือนในอดีต แต่สิ่งที่ตามมาหลังจากติดไวรัสในปัจจุบันนั้น น่ากลัวกว่าแต่ก่อนมาก เนื่องจากบางครั้งไวรัสที่เข้ามานั้นไม่ได้แค่โจมตีด้วยการลบไฟล์ เปลี่ยนชื่อหรือซ่อนไฟล์เท่านั้น แต่มีการพัฒนาด้วยการแทรกตัวเข้าไปอยู่ในจุดต่างๆ เพื่อหวังผล และจุดประสงค์ของไวรัสบางประเภท เช่น มัลแวร์ โทรจัน หรือรูทคิท มีแนวโน้มที่จะเข้ามาฉกฉวยข้อมูลสำคัญที่มีอยู่ในเครื่องออกไปด้วย
 
วิธีแก้ไขปัญหา คอมติดไวรัส
 
โดยบรรดาภัยคุกคามที่ทำให้ติดไวรัสเหล่านี้ จะทำหน้าที่ในการเปิดช่องหรือประตูให้มีการส่งผ่านข้อมูลต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นประวัติการเข้าเว็บไซต์ ข้อมูลส่วนตัว การเชื่อมโยงกับการธุรกรรมออนไลน์ รวมไปถึงอาจเข้าไปในส่วนการทำงานหลักของระบบ ส่งผลให้เกิดความเสียหายทั้งในด้านของการใช้งาน และการใช้ชีวิต ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจ ที่ทำไม หลายๆ คนที่มีการทำงานในโลกออนไลน์ และการทำธุรกรรมต่างๆ บนอินเทอร์เน็ตพยายามที่จะมองหาโซลูชั่นดีๆ สำหรับการป้องกันภัยจากสิ่งต่างๆ เหล่านี้
 
วิธีแก้ไขปัญหา คอมติดไวรัส 1
 
ซึ่งสิ่งที่จะนำมาป้องกันก็มีอยู่ด้วยกันมากมาย ไม่ว่าจะเป็น การตั้งค่า Firewall จากระบบปฏิบัติการเพื่อกลั่นกรองความไม่ชอบมาพากลต่างๆ ผ่านการเชื่อมต่อระบบเครือข่าย หรือจากการเข้าใช้เครื่องลูกข่ายในองค์กร รวมถึงการติดตั้งแอนตี้ไวรัส หรือ Internet Security และหยุดพฤติกรรมเสี่ยงต่างๆ อันก่อให้เกิดการติดไวรัสให้ได้มากที่สุด ซึ่งบางอย่างอาจทำได้ง่าย แต่บางอย่างก็ยากในการปฏิบัติอยู่มากทีเดียว อย่างไรก็ดีโอกาสที่ป้องกันแล้วยังติดไวรัสก็มี ซึ่งก็ไม่ได้เป็นเรื่องแปลก แต่สิ่งที่ต้องทำก็คือ หาทางแก้ไขให้กลับมาเหมือนเดิม หรือกลับสู่สภาพเดิมให้ได้มากที่สุด ส่วนจะทำอย่างไรได้บ้างนั้น ก็ต้องแก้กันไปทีละอย่าง
 
วิธีแก้ไขปัญหา คอมติดไวรัส 2
 
อัพเดต Anti-Virus แล้วทำการแสกน
เบื้องต้นให้เข้าไปดูระบบแอนตี้ไวรัสก่อนว่ามีการทำงานตามปกติ หรือไม่ โดยให้เข้าไปดูในส่วนของ Auto Protect หรือยังมีการป้องกันตามที่ควรจะเป็น หรือเปล่า เพราะหากเป็นไวรัสทั่วไปหากระบบทำงานอยุ่ อย่างน้อยก็จะทำหน้าที่ป้องกันได้ตามปกติ แต่ก็จะมีบางกรณีที่อาจทำให้ระบบไม่ทำงาน อย่างเช่น แอนตี้ไวรัสหมดอายุ ถูกปิด หรือ Disable ไม่ทราบสาเหตุ หรือโปรแกรมไม่ได้รับการอัพเดตมานาน ก็เป็นสาเหตุสำรคัญที่ระบบไม่เปิดทำงานตามปกติ การแก้ไขก็เพียง ติดตั้งแอนตี้ไวรัสใหม่ หรืออัพเดตให้มีความทันสมัยเป็นตัวล่าสุดมากที่สุด แล้วจึงทำการแสกนระบบใหม่ทั้งหมด โดยเป็นการแสกนแบบ Deep หรือแสกนแบบละเอียดอีกครั้งหนึ่ง เพื่อค้นหา กักกันหรือลบทิ้ง เพื่อป้องกันการติดไวรัสต่อไป
 
วิธีแก้ไขปัญหา คอมติดไวรัส 3
ดาวน์โหลด Remove Tool
หากเป็นไวรัสบางประเภท ไม่สามารถที่จะกำจัดด้วยโปรแกรมแอนตี้ไวรัสพื้นฐาน ซึ่งอาจจะเป็นไวรัสใหม่ๆ หรือมีพฤติกรรมที่สามารถหลุดรอดการตรวจจับของโปรแกรมได้ ก็อาจจะต้องพึ่งเครื่องมือที่เรียกว่า Remove Tools ในการตรวจจับและ Remove ไฟล์ไวรัสที่กำลังทำงานอยู่ในระบบนั้นเอง ส่วนใหญ่จะสามารถดาวน์โหลดเครื่องมือเหล่านี้ได้จากผู้พัฒนาซอฟแวร์แอนตี้ไวรัสค่ายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Kaspersky, AVG หรือ AVAST เป็นต้น นับเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ช่วยในการแก้ไขปัญหาไวรัสใหม่ๆ ที่เข้ามาคุกคามได้เป็นอย่างดี
 
วิธีแก้ไขปัญหา คอมติดไวรัส 4
ย้ายข้อมูลไปไว้ในที่ปลอดภัย
ถ้าปรากฏว่ามีความเสี่ยงสูงที่อาจจะเกิดการติดต่อลุกลามไปยังจุดอื่นๆ ก็คงต้องมีการย้ายข้อมูลบางส่วน เป็นการสำรองไฟล์เอาไว้เพื่อความปลอดภัย อาจจะใช้เป็นการโยกย้ายไปยังไดร์ฟอื่นๆ ที่มีอยู่ในระบบ หรือจะเป็นการใส่เอาไว้บนฮาร์ดดิสก์แบบต่อภายนอก แต่ก็ต้องเป็นขั้นตอนที่ต่อจากการแสกนไฟล์ต่างๆ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อป้องกันการติดต่อไปยังจุดอื่นๆ ต่อไป ซึ่งในกรณีที่ไดรฟ์หลักติดไวรัส ก็ควรจะต้อบแสกนไดรฟ์อื่นๆ ด้วยเช่นกันหากต้องการความปลอดภัย และความมั่นใจสูงสุด
 
วิธีแก้ไขปัญหา คอมติดไวรัส 5
อัพเกรดแอนตี้ไวรัส
ในกรณีที่ใช้แอนตี้ไวรัสฟรี หรือที่มากับระบบปฏิบัติการอาจไม่เพียงพอ ก็ควรจะต้องมองหาเครื่องมือดีๆ อย่างเช่น Anti-Virus ตัวใหม่ หรือใช้เป็น Internet Security ในเคสที่มีการเชื่อมต่อกับโลกออนไลน์บ่อยครั้ง อย่างเช่น กรณีที่ต้องทำธุรกรรมต่างๆ บนอินเทอร์เน็ต ไม่ว่าจะเป็น การซื้อขาย การโอนเงินผ่านระบบออนไลน์ หรือสิ่งใดก็ตามที่มีการ Sign-In ด้วยการใส่ User และ Password ในการเข้าใช้งาน โดยในปัจจุบันก็มีผู้ให้บริการอยู่มากมายเลยทีเดียว ราคาก็ไม่แพง เริ่มตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงพันกว่าบาท ขึ้นอยู่กับความสามารถ และการให้บริการของแต่ละค่ายนั่นเอง ข้อนี้แนะนำเลยว่า เหมาะสมและคุ้มค่าเป็นอย่างยิ่ง สำหรับคนที่ต้องการความปลอดภัย และสบายใจในการทำธุรกรรมต่างๆบนอินเทอร์เน็ต
 
วิธีแก้ไขปัญหา คอมติดไวรัส 6
ตรวจสอบอุปกรณ์บันทึกข้อมูลอื่นๆ
เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญ และไม่ควรมองข้าม เพราะโอกาสที่คุณจะปลอดภัย หรือเกิดปัญหาขึ้นมาใหม่ที่ตรงจุดนี้เพราะบางกรณีหลังจากที่แสกนไวรัสเป็นที่เรียบร้อยแล้วก็ไฟล์ในระบบ แต่ไวรัสยังมีค้างอยู่ในอุปกรณ์อื่นๆ เช่น แฟลชไดร์ฟ หรือฮาร์ดดิสก์ต่อภายนอก เมื่อนำเข้ามาต่อกับระบบแล้วไม่ได้แสกนให้ละเอียดอีกครั้ง หรือมีการดึงไฟล์ต่างๆ เข้ามาทันที ก็ถือว่ามีความเสียงต่อการติดไวรัสซ้ำอีกครั้ง ดังนั้นสิ่งที่ต้องทำก็คือ การแสกนอุปกรณ์ที่เป็น Storage ต่างๆ แบบละเอียดอีกครั้งหนึ่ง ก่อนที่จะทำการ Copy/ Cut/ Paste หรือสิ่งอื่นใดเข้ามาในระบบหลัก เพื่อความปลอดภัย และไม่ต้องเสียเวลาในการแก้ไขอีก
 
วิธีแก้ไขปัญหา คอมติดไวรัส 7
เปลี่ยนพาสเวิร์ดในการล็อกอิน
แม้ว่าจะดูเป็นเรื่องที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกันนัก แต่หากเป็นไปได้ หรือไม่ยุ่งยากจนเกินไป ก็แนะนำว่าให้ทำการเปลี่ยน User name และ Password ใหม่หลังจากที่มีการแสกน และแก้ไขจากการติดไวรัสไปเรียบร้อยแล้ว เนื่องจากไวรัสบางประเภทอย่างเช่น โทรจัน แฝงตัวเข้ามาเพื่อเก็บข้อมูลบรรดา Keylogger แล้วจัดส่งไปยังผู้ไม่หวังดีปลายทางเพื่อนำไปใช้หาประโยชน์ได้อย่างง่ายดาย ซึ่งการเปลี่ยนระบบล็อคอินบ่อยๆ หรืออย่างน้อย 3 เดือนครั้ง ก็จะช่วยลดอัตราความเสี่ยงในเรื่องดังกล่าวไปได้มากทีเดียว
 
วิธีแก้ไขปัญหา คอมติดไวรัส 8
ฟอร์แมตติดตั้งระบบใหม่ เมื่อเกินเยียวยา
แต่ถ้าในกรณีที่ไม่สามารถแก้ไข หรือแสกนได้หมด รวมถึงสงสัยว่าไวรัสยังคงอยู่ ก็อาจจะใช้วิธีสุดท้ายก็คือการฟอร์แมต หรือล้างฮาร์ดดิสก์ใหม่เพื่อความสบายใจในการใช้งาน ซึ่งข้อดีก็คือ อุ่นใจในการใช้งานมากขึ้น และยังได้ความเร็วในการทำงานกลับคืนมา ด้วยการเคลียร์สิ่งต่างๆ ออกไป นอกจากนี้ยังได้เริ่มติดตั้งโปรแกรมใหม่ๆ ที่มีการอัพเดตมากขึ้น แต่ข้อเสียคือ ต้องเสียเวลาในการทำค่อนข้างนาน รวมถึงการติดตั้งไดรเวอร์ และโปรแกรมลงไปใหม่ รวมถึงต้องเตรียมแบ็คอัพข้อมูลเอาไว้ด้วย เรียกได้ว่างานช้างเลยทีเดียวสำหรับผู้ที่ไม่ค่อยคุ้นเคย
 
คำถาม : ติดตั้งแอนตี้ไวรัสมากกว่าหนึ่งตัว จะช่วยทำให้ปลอดภัยขึ้นหรือไม่
การติดตั้งแอนตี้ไวรัสมากกว่าหนึ่งตัวนั้น อาจจะดูเหมือนว่าเป็นการช่วยแสกน และตรวจจับ เหมือนกับการมีแมวหลายๆ ตัวช่วยกันจับหนู แต่ในความเป็นจริงนั้น แอนตี้ไวรัสส่วนใหญ่มีการตรวจจับ และรู้จักไวรัสในระดับที่ไม่ได้แตกต่างกันมากนัก ดังนั้นการติดตั้งแอนตี้ไวรัสหลายๆ ตัว ก็อาจจะไม่ได้ช่วยให้มีความปลอดภัยมากขึ้น แต่กลายเป็นว่าเราจะต้องเสียพื้นที่ และทรัพยากรเพิ่มขึ้นในการติดตั้ง และใช้งานแอนตี้ไวรัส ดังนั้นแล้วการเลือกแอนตี้ไวรัสที่มั่นใจได้เพียงตัวเดียว และหมั่นทำการอัพเดตให้มีความทันสมัยเป็นตัวล่าสุดอยู่เสมอ ก็น่าจะเป็นทางออกที่ดี และเหมาะสมเพียงพอแล้ว